วันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560
วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557
ผีเข้าสิงร่างคนเป็นมีจริง(รึเปล่า)เอามาเล่าสู่กันฟัง
ก่อนอื่นต้องแนะนำตัวก่อนว่าผมเองเป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ เรียนสายวิทย์-คณิตฯตั้งแต่มัธยม จน ป.โท ก็ยังเป็นวิทย์(อิอิจะได้ยืนยันความเป็นวิทยาศาสตร์ครับ) เข้าเรื่องเลยตามประสาคนต่างจังหวัดผมก็กลับบ้านนอกไปเยี่ยมพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายและอื่นๆตามธรรมเนียมระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 57 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2557 วันมหาสงกรานต์ของปี 57 พอดี รุ่นน้องวัยรุ่นๆคนนึงขอเรียกชื่อสมมุติว่า A(แต่ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว)เกิดอุบัติเหตุขับรถมอเตอร์ไซค์ประสานงากับรถยนต์ที่ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าทั้งคู่มาด้วยความเร็วสูง ทำให้ A เสียชีวิตทันที บริเวณเลยทางเข้าที่ดินเปล่าของพ่อพอดีแต่อยู่ฝั่งตรงข้าม ช่วงนั้นไม่รู้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติหรืออะไรก็ไม่อาจเดาได้ลมพัดมาอย่างแรงมากผมสังเกตุต้นมะพร้าวแถวๆนั้นถูกพัดปลิวไปมาอย่างแรงมาก คิดเองว่าน่าจะเป็นพายุฤดูร้อน กลับมาที่เหตุการณ์มีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งตำรวจให้มาดูที่เกิดเหตุตอนนั้นทั้งมูลนิธิและก็เพื่อนบ้านมาดูกันเพียบแต่แปลกมูลนิธิบอกว่าเสียชีวิตแล้วเลยไม่รับไป พาเฉพาะคนขับรถยนต์ไปส่งโรงพยาบาล และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น น้องแถวบ้านรุ่นไล่ๆกันคนเสียชีวิตเลย(ขอเรียก B)ได้เข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำศพขึ้นรถขณะนั้นเองลมแรงได้พัดเลือดที่ยังสดๆกระเด็นเข้าปากและตาของ B ไม่รู้ว่ามากน้อยขนาดใหน น้อง B ก็ไม่ได้สนใจอะไรก็ช่วยต่อจนเสร็จภาระกิจ ตอนนั้นเวลาประมาณสี่โมงเย็นเห็นจะได้ B กลับบ้านมาก็เล่าเหตุการณ์ที่พบเห็นให้เพื่อนๆญาติๆฟัง จนกระทั่งเวลาประมาณ 3 ทุ่มเกิดเหตุประหลาด สุนัขแถวๆบ้าน B ก็เริ่มเห่าหอนรับกันเป็นทอดๆ ไกล้บ้านเข้ามาทุกที B ที่กำลังเล่าเรื่องอยู่ดีๆก็บอกว่าขนลุกไปทั่วตัว หลังจากนั้นก็นั่งก้มแล้วซักพักก็ร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวดที่ขาทั้ง 2 ข้างแล้วก็ร้องให้อย่างไม่รู้สาเหตุ ตอนนั้นญาติๆคนเฒ่าคนแก่ก็ยังอยู่เนื่องจากเป็นคืนสงกรานต์ก็เลยยังนั่งสนทนากันเริ่มสังเกตุเห็นความผิดปกติก็ถาม B ว่าเป็นอะไรๆๆๆ B ก็ตอบเสียงดังฟังชัดว่าผมไม่ใช่ B ผมชื่อ A ทุกคนตกใจทำอะไรไม่ถูก คงจะงง งง กัน เพราะ A เพิ่งเสียแล้วศพก็เอาไปตั้งที่บ้าน A แล้ว ด้วยประสบการณ์ผู้เฒ่าผู้แก่แถวบ้านก็แน่ใจแล้วว่าเป็นผี A มาเข้าสิงร่าง B ก็เลยถามข้อมูลจนแน่ใจว่าใช่แน่ๆ โดยปกติแล้ว B เป็นเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างเรียบร้อบมีสัมมาคารวะ เข้าไปเรียนและทำงานที่กรุงเทพตั้งแต่จบ ม.6 ไม่มีทางรู้จัก A แน่ๆ แต่ที่ตอบคำถามอยู่ขณะนั้นเป็นการเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนเกิดเหตุรถชนครั้งนี้ มีคนถามว่าหากเป็น A จริงให้เล่าให้ฟังว่าทำไมถึงชน ก็บอกเรื่องราวชัดเจนว่าก่อนนี้ประมาณบ่าย 3 ได้ไปซื้อปลานิล 2 ตัวจะไปให้แฟนทอดให้กินสงกรานต์แล้วก่อนออกจากบ้านไปก็ได้ให้เงินแม่ไว้ 500 บาท ขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านมาอยู่ดีดีก็มีปิ๊คอัพขับสวนเลนซ์มาทำให้ตนเองหลบไม่ทับชนเข้าอย่างจัง แถมยังบอกชื่อแม่ ชื่อพ่อ ชื่อแฟน แล้วก็ญาติๆ ได้ถูกหมด ซึ่ง B จะไม่มีทางรู้ได้เลย ทุกคนเลยให้ไปตามพ่อแม่และก็ญาติๆมาเมื่อมาถึงเท่านั้น A ในร่าง B ก็ร้องให้หนักวิ่งเข้าไปกอดพ่อกับแม่แล้วก็ขอร้องให้พาไปบ้านพอไปถึงเห็นโลงศพก็ถามว่าเอามาใส่ศพใคร ขอดูศพหน่อยพอทุกคนไม่อยากให้เห็นเพราะสภาพเละมากแต่ก็ทนการขอร้องไม่ไหวต้องเปิดให้ดู พอเห็นก็ร้องให้หนักเข้าอีก ฝ่ายพ่อแม่และญาติๆ B ก็เป็นห่วงเลยต้องไปเชิญพระมาเพื่อหาทางแก้ไข A ในร่าง B ก็ถามว่าถ้าผมออกแล้วจะไปอยู่ใหน สนทนากันเป็นเรื่องเป็นราวถึงบาปกรรมทั้งหลายจนยอมออกจากร่างไปในเวลาราวๆตี 5 ของวันต่อมา แต่ยังไม่จบประมาณเกือบเที่ยงขณะที่ทุกคนก็ยังสนใจเหตุการณ์อยู่ที่บ้าน B ก็เกิดเหตุการณ์อีกครั้ง อยู่ๆ B ก็ขึงขังแล้วถามว่ารถมอเตอร์ไซค์ผมอยู่ใหน จนต้องมีการพอไปตูซากรถที่สถานีตำรวจ พอเห็นแล้วก็กลับมาเป็น B อีกครั้ง B ก็ งง งง มาสถานีตำรวจทำไม .... จนพ่อแม่และญาติ B มีความเห็นตรงกันว่าต้องพา B หนีไป จนวันนี้ B ยังไม่ได้กลับบ้านพ่อแม่และคนพาไปก็เก็บเป็นความลับเนื่องจากจะมีใครเข้าสิงร่างได้อีก ... ที่เล่ามาพยานรู้เห็นมีมากกว่า 100 คน แถมมีน้องคนนึงถ่ายคลิปไว้ตลอดด้วย Iphone ผมก็ได้ไปดูมาแต่เสียดายไม่ได้เอามาเผยแพร่ ถ้ามีโอกาสจะไปเอามาลงให้ดูครับ ....บรื๊อออออ ..
วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ว่าด้วยโรค ผ่าตัดและหัตถการที่พบบ่อยของ ตาและอวัยวะเคียงลูกตา
เป็นการรวบรวมการวินิจฉัยทางตาและอวัยวะข้างเคียง จากประสบการณ์การทำงาน สอบถามผู้รู้ อ่าน Guideline และอีกหลากหลายที่มาที่ไป ..อ้อชี้แจงก่อนครับว่า เป็นข้อมูลเมื่อ สิงหาคม 2556 หากโลกเปลี่ยนแปลงไป ท่านสามารถปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม ได้ตามอัธยาศัย ไม่มีลิขสิทธิ์ใดๆ แต่หากวันใดท่านมีข้อมูลหรืออะไรใหม่ๆ เจ๋งๆ อย่าลืมเอามาแชร์ผมบ้างนะคร้าบ :) ....
วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
พระสมเด็จ ช่วยชีวิต
เมื่อครั้งยังจำความไม่ได้ แต่ที่รู้เพราะมีรูปถ่าย ปู่ผมได้มอบพระไว้ให้คุ้มครองป้องภัย สมัยก่อน (ประมาณ 2523 ปีที่ผมเกิด) แถวชุมชนหมู่บ้านที่ผมอยู่ก็อยู่ไม่ไกลจาก "ดงสีชมพู" ที่เป็นตำนาน ลิงค่าง บ่างชะนี แม้กระทั่งสัตว์ใหญ่อย่าง เสือ สิงห์โต ช้างป่า ยังมีให้เห็นได้ไม่ยาก ... ฟังดูเหมือนมันนานมากแล้ว แต่เป็นเรื่องจริงที่พึ่งผ่านมา ร่วมๆ 40 ปี นี่เอง ... ปู่ ย่า ลุง ป้า น้า อา ครอบครัวยังอาศัยรวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ รวมอยู่ประจำ 20 คน ไปๆ มาๆ อีกซัก 10 คนได้ มีทุกวัย ทำให้ผมยังพอนึกภาพครอบครัวไทยแบบชนบทจริงๆได้อย่างติดตรึงในใจตลอดมา
ด้วยอาชีพหลักของปู่เป็น "นายฮ้อย" ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงสมัยนั้นเลยมีคนร้จัก มีญาติทั้งสายตรงและญาติที่สมัครรักไคร่ด้วยความผูกพันธ์กันมาจำนวนมาก กลับมาเรื่องพระ...ด้วยความเชื่อเรื่องภูติผี วิญญาณร้ายทั้งหลาย เด็กๆมักจะได้รับของขลังจากผู้ใหญ่ให้ไว้คุ้มครอง ผมเองจำได้สมัยเด็ก พระผง พระเหรียญ รวมทั้ง ตระกุด ที่แขวนคอและรอบเอวไม่ต่ำกว่า 5 องค์ ... พอโตเข้าโรงเรียนก็เก็บไว้บนหิ้ง เหลือติดตัว 2-3 องค์ที่ไปใหนมาใหนด้วยกันตลอด ...
ผ่นมาก็นานจนปัจจุบัน วันนึงว่างๆนึกอยากทำความสะอาดหิ้งพระ ก็ได้ไปเอาพระที่รวบรวมไว้ทั้งหมดมานั่งคัดใส่ตลับให้เรียบร้อย แยกพระกับวัตถุมงคลที่ไม่ใช่พระออกจากกัน มีพระในกรอบพลาสติกแบบสมัยก่อน 7-8 องค์ 1 ในนั้ยคือพระสมเด็จที่กำลังพูดถึง พอเสร็จก็เลยเอาพระสมเด็จในภาพ ติดตัวหวังจะหากรอบใหม่ แต่ยังไม่มีโอกาสและใส่เป้คู่ชีพไว้ ไปใหนมาใหนไปกันตลอด...
ขยายขนาดใหญ่พิเศษให้เห็นภาพกันชัดๆ ตามภาพผมก็มีวิชาความรู้เกี่ยวกับพระนิดหน่อย เลยไม่กล้าฟันธงไปว่าคือพระสมเด็จจริง วัดใหน อายุเท่าไหร่ ก็ได้แต่หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ... มีปาฎิหาริ์เกิดขึ้น ครั้งหนึ่งหลังจากลาสิกขาจากวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เช้าวันนั้น เปลี่ยนชุดเป็นฆราวาสเรียบร้อยก็ตัดสินใจเป็นคนอาสาขับรถพาพ่อกับแม่ที่มาสึกเรา กลับไปส่งที่ จ.หนองคาย บ้านเกิดผม .... ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร ออกจากกรุงเทพ ประมาณ 08.00 น. ขับไปเรื่อยๆ ทุกอย่างเรียบร้อยดี จนกระทั่งมาถึง ก่อนเข้าตัวเมืองอุดรธานี ซัก 50 กม. เริ่มมืดจำได้เวลาราวๆ ทุ่มกว่าๆ บังคับพวงมาลัยอยู่ดีๆ ปรากฏว่ารู้สึกเหมือนรถยางแตก บังคับพวงมาลัยไม่ได้ ... ด้วยความตกใจก็เลยแตะเบรก ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนทุกอย่างมันหลุดแยกชิ้นส่วนออกจากกันไปแล้ว ... รถพุ่งไปด้านขวาสุดเหมือนจะตกขอบถนนซึ่งเป็นคลองลึกอยู่เหมือนกัน หักพวงมาลัยออกแต่หน้ารถก็ยังมุ่งหน้าไปทิศเดิม เบรกยังไงก็ไม่อยู่ จะลงคลองท่าเดียว มองไปข้างหน้าเห็นเสาไฟกับเสาข้างถนน(เสาลาย) ในใจก็คิดเอายังไงดีพ่อกับแม่ก็นั่งอยู่ในรถน่าจะยังไม่รู้ตัว ระหว่างนั้นหน้ารถก็หันออกจากทิศทางที่จะชนเสาทั้งสอง ทั้งๆที่ก่อนนี้บังคับยังไงก็ไม่ไป ลองเบรกอีกครั้ง รถก็หยุด ... รีบลงมาดูไต้ท้องรถ ทุกอย่างปกติ ยางก็ไม่แบน ... แต่พอเงยหน้ามองไปขางหน้า ...โอ้วววว ... ในความมืดที่ยังพอมองเห็นได้สลัวๆ รถยนต์เกือบ 30 คัน ตกลงไปในคลอง บางคันชนท้ายกันติดอยู่บนถนน เสา บางคันข้ามคลองไปฝั่งตรงข้าม ที่หนักสุด รถทัวน์คว่ำตะแคงข้างอยู่เบื้องหน้าห่างกันไม่ถึง 10 เมตร .... จนทุกวันนี้ยังงงกับเหตุการไม่หาย ด้วยความตกใจและยังพอมีสติอยู่บ้างคิดว่ายังไงก็ไม่รอด ตกคลองชัวส์ และก่อนตกต้องชนเสาก่อน ... ชั่งวูบเหมือนมีสิ่งที่มองไม่เห็นดันหน้ารถออกแล้วก็เบรกด้วยการหยุดรถทันที .... หลังจากตั้งสติได้ถามคนแถวนั้นเค้าบอกว่ามีรถน้ำมัน น้ำมันรั่วยาวเป็นกิโลเลย พอมีฝนโปรยลงมานิดหน่อยน้ำมัยเลยกระจายทั่วถนน .....ราวๆ 10 นาทีต่อมา รถโรงพยาบาลกับรถตำรวจค่อยมาถึง...
หากพี่น้องหรือผู้เชี่ยวชาญผ่านมา จะรบกวนท่านหน่อยครับ ... อยากทรายว่าพระที่แสดงในภาพคือพระอะไรกันแน่ ... ด้วยความศรัทธาเต็มหัวใจแล้วตอนนี้ ท่าน Comment ในนี้ได้เลยหรือติดต่อผ่าน e-mail มาก็ได้ครับ .... ขอขอบคุณล่วงหน้าครับผม ...
ด้วยอาชีพหลักของปู่เป็น "นายฮ้อย" ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงสมัยนั้นเลยมีคนร้จัก มีญาติทั้งสายตรงและญาติที่สมัครรักไคร่ด้วยความผูกพันธ์กันมาจำนวนมาก กลับมาเรื่องพระ...ด้วยความเชื่อเรื่องภูติผี วิญญาณร้ายทั้งหลาย เด็กๆมักจะได้รับของขลังจากผู้ใหญ่ให้ไว้คุ้มครอง ผมเองจำได้สมัยเด็ก พระผง พระเหรียญ รวมทั้ง ตระกุด ที่แขวนคอและรอบเอวไม่ต่ำกว่า 5 องค์ ... พอโตเข้าโรงเรียนก็เก็บไว้บนหิ้ง เหลือติดตัว 2-3 องค์ที่ไปใหนมาใหนด้วยกันตลอด ...
ผ่นมาก็นานจนปัจจุบัน วันนึงว่างๆนึกอยากทำความสะอาดหิ้งพระ ก็ได้ไปเอาพระที่รวบรวมไว้ทั้งหมดมานั่งคัดใส่ตลับให้เรียบร้อย แยกพระกับวัตถุมงคลที่ไม่ใช่พระออกจากกัน มีพระในกรอบพลาสติกแบบสมัยก่อน 7-8 องค์ 1 ในนั้ยคือพระสมเด็จที่กำลังพูดถึง พอเสร็จก็เลยเอาพระสมเด็จในภาพ ติดตัวหวังจะหากรอบใหม่ แต่ยังไม่มีโอกาสและใส่เป้คู่ชีพไว้ ไปใหนมาใหนไปกันตลอด...
ขยายขนาดใหญ่พิเศษให้เห็นภาพกันชัดๆ ตามภาพผมก็มีวิชาความรู้เกี่ยวกับพระนิดหน่อย เลยไม่กล้าฟันธงไปว่าคือพระสมเด็จจริง วัดใหน อายุเท่าไหร่ ก็ได้แต่หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ... มีปาฎิหาริ์เกิดขึ้น ครั้งหนึ่งหลังจากลาสิกขาจากวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เช้าวันนั้น เปลี่ยนชุดเป็นฆราวาสเรียบร้อยก็ตัดสินใจเป็นคนอาสาขับรถพาพ่อกับแม่ที่มาสึกเรา กลับไปส่งที่ จ.หนองคาย บ้านเกิดผม .... ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร ออกจากกรุงเทพ ประมาณ 08.00 น. ขับไปเรื่อยๆ ทุกอย่างเรียบร้อยดี จนกระทั่งมาถึง ก่อนเข้าตัวเมืองอุดรธานี ซัก 50 กม. เริ่มมืดจำได้เวลาราวๆ ทุ่มกว่าๆ บังคับพวงมาลัยอยู่ดีๆ ปรากฏว่ารู้สึกเหมือนรถยางแตก บังคับพวงมาลัยไม่ได้ ... ด้วยความตกใจก็เลยแตะเบรก ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนทุกอย่างมันหลุดแยกชิ้นส่วนออกจากกันไปแล้ว ... รถพุ่งไปด้านขวาสุดเหมือนจะตกขอบถนนซึ่งเป็นคลองลึกอยู่เหมือนกัน หักพวงมาลัยออกแต่หน้ารถก็ยังมุ่งหน้าไปทิศเดิม เบรกยังไงก็ไม่อยู่ จะลงคลองท่าเดียว มองไปข้างหน้าเห็นเสาไฟกับเสาข้างถนน(เสาลาย) ในใจก็คิดเอายังไงดีพ่อกับแม่ก็นั่งอยู่ในรถน่าจะยังไม่รู้ตัว ระหว่างนั้นหน้ารถก็หันออกจากทิศทางที่จะชนเสาทั้งสอง ทั้งๆที่ก่อนนี้บังคับยังไงก็ไม่ไป ลองเบรกอีกครั้ง รถก็หยุด ... รีบลงมาดูไต้ท้องรถ ทุกอย่างปกติ ยางก็ไม่แบน ... แต่พอเงยหน้ามองไปขางหน้า ...โอ้วววว ... ในความมืดที่ยังพอมองเห็นได้สลัวๆ รถยนต์เกือบ 30 คัน ตกลงไปในคลอง บางคันชนท้ายกันติดอยู่บนถนน เสา บางคันข้ามคลองไปฝั่งตรงข้าม ที่หนักสุด รถทัวน์คว่ำตะแคงข้างอยู่เบื้องหน้าห่างกันไม่ถึง 10 เมตร .... จนทุกวันนี้ยังงงกับเหตุการไม่หาย ด้วยความตกใจและยังพอมีสติอยู่บ้างคิดว่ายังไงก็ไม่รอด ตกคลองชัวส์ และก่อนตกต้องชนเสาก่อน ... ชั่งวูบเหมือนมีสิ่งที่มองไม่เห็นดันหน้ารถออกแล้วก็เบรกด้วยการหยุดรถทันที .... หลังจากตั้งสติได้ถามคนแถวนั้นเค้าบอกว่ามีรถน้ำมัน น้ำมันรั่วยาวเป็นกิโลเลย พอมีฝนโปรยลงมานิดหน่อยน้ำมัยเลยกระจายทั่วถนน .....ราวๆ 10 นาทีต่อมา รถโรงพยาบาลกับรถตำรวจค่อยมาถึง...
หากพี่น้องหรือผู้เชี่ยวชาญผ่านมา จะรบกวนท่านหน่อยครับ ... อยากทรายว่าพระที่แสดงในภาพคือพระอะไรกันแน่ ... ด้วยความศรัทธาเต็มหัวใจแล้วตอนนี้ ท่าน Comment ในนี้ได้เลยหรือติดต่อผ่าน e-mail มาก็ได้ครับ .... ขอขอบคุณล่วงหน้าครับผม ...
วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
Emergency Claim Online : ความอึดอัดใจของชาว รพ.เอกชน นอกเครือข่ายคู่สัญญา
EMCO(Emergency Claim Online) : การให้บริการผู้ป่วยกรณีอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน 3 กองทุน
นับเป็นอีกนโยบายระดับประเทศที่ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บจะได้รับสิทธิ์การรักษาอย่างเท่าเทียมในการรับการรักษาพยาบาล กรณีบาดเจ็บ - ฉุกเฉิน ... ข้อดีของโครงการชัดเจนว่าการเขารับการรักษาเร่งด่วนนั้นจำเป็นสำหรับชีวิตทุกคน ไม่ว่าจะ เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคไต อีกสารพัดโรคที่ใครๆก็ไม่อยากเป็น ตามภาษิตไทยที่ว่า "การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" ประเด็นอยู่ที่ว่า
ผู้รับบริการ(ขอเรียกผู้ปวยครับ) คนไทยทุกคนที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก จะมีสิทธิ์การรักษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 1 สิทธิ์ ภายใน 3 กองทุน นั่นก็คือ
1.บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทองหรือบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ก็คือ อันเดียวกันครับแล้วแต่ใครจะเรียก สมัยแรกเริ่มเก็บค่าบริการ 30 บาทยกเว้นบางกรณี สมัยต่อมายกเลิกเก็บ และต่อมาอีกร่วมจ่าย 30 บาทบางกรณี ถ้าอธิบายจะยาวยืดเอาเป็นว่าถ้าอยากทราบข้อมูลละเอียดเข้าตามลิงค์นี้ครับ>>>www.nhso.go.th<<< มีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เป็นผู้ดูแลกองทุนนี้ แน่นอนว่าประชากรไทยส่วนใหญ่ ได้สิทธิ์นี้ครับเพราะถ้าไม่มีสิทธิ์ใดๆท่านจะได้รับโดยอัตโนมัติ** เพื่อนๆชาวต่างๆชาติจากอเมริกา ออสเตรเลีย จีน เค้าชมว่าระบบนี้ทำให้คนไทยมีสวัสดิการที่ครอบคลุมประชากรได้ครบถ้วน เมืองที่เจริญแล้วอย่างอเมริกา ออสเตรเลีย ยังทำไม่ได้เลย อันนี้เป็นความเห็นเพื่อนเค้าฝากมาครับ :)
2.ประกันสังคม กองทุนนี้คนทำงานภาครัฐที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ภาคเอกชน หรืออื่นๆ ที่มีนายจ้าง จะได้สวัสดิการก็ต่อเมื่อเราส่งเงินสมทบกองทุนจากการหักเงินเดือนรายเดือนของเรา ตามกฎหมายหัก 7% ของเงินเดือน ย้ำจากฐานเงินเดือนนะครับแต่หักจากเงินเดือนได้ไม่เกิน 15,000 บาท ก็คือเงินเดือนน้อยกว่า 15,000 บาทก็คิด % เอา ส่วนใครเงินเดือนสูงหน่อยก็จ่ายไม่เกิน 750 ครับ ... ปี สอง ปี ที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ประกาศลดเงินสมทบให้ส่ง 3% บ้าง 4% บ้าง ตามสภาวะทางเศรษฐกิจ ... จริงๆเจ้านี้เค้ามีเงินเยอะมากครับ เนื่องมาจากประชากรไทยวัยทำงานมีจำนวน 42 ล้านคน อ้างอิงจาก >>http://www.ipsr.mahidol.ac.th/ipsr-th/population_thai.html<< จำนวนผู้ส่งเงินสมทบประมาณ บวกลบ 12 ล้านคน คิดเล่นๆ เฉลี่ยๆ ต่อหัว เอาตัวเลขกลมๆ 500 บาท ต่อหัวส่งเงินสบทบ ตกเดือนละ 6,000,000,000 .... แม่เจ้า!!! 6 พันล้านบาทต่อเดือน ..... แต่ก็มีเสียงบ่นจากผู้ประกันตนเป็นระยะว่าไม่เป็นธรรมบ้าง ไม่ได้รับความสะดวกบ้าง ทั้งๆที่เป็นกองทุนสวัสดิการเดียวที่ผู้ได้สิทธิ์ต้องจ่ายเงินตามกฎหมายซะด้วย...เฮ้อออ... คนหาเช้ากินค่ำอย่างผมก็อยู่ในกองทุนนี้เช่นกัน ....
3.สวัสดิการข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ เข้าตำราสิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง จริงอย่างโบราณว่า ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะได้รับสิทธิ์นี้เมื่อบรรจุรับราชการเผื่อแผ่ไปยังครอบครัวสายตรง พ่อ แม่ บุตร ภรรยา สามี ตามกฎหมายก็จะได้สิทธิ์จากท่านด้วย
นี่คือ 3 กองทุนที่กำลังกล่าวถึงครับ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 รัฐบาลประกาศใช้ EMCO โดยผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ทุกโรงพยาบาลโดยโรงพยาบาลไม่ต้องถามถึงสิทธิ์การรักษา ต้องให้การรักษาโดยประเมินตามเกณฑ์ที่ประกาศ เอาแบบเข้าใจง่ายๆ มีอยู่ 3 สีคือ เขียว เหลือง แดง รายละเอียดซึ่งผมว่าไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ลองศึกษาดูตามลิงค์ >>http://emco.nhso.go.th/<< น่ายินดีอย่างยิ่งคนไทยได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงอย่างทันท่วงที ฟังๆดูก็ไม่มีอะไรน่าอึดอัดเลยตามหัวข้อนิ...ฮ่าๆๆๆ ยังครับยังไม่จบ มีอีกนิดหน่อย
โรงพยาบาลภาครัฐทั้งหมด โรงพยาบาลภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการรับเงินสนับสนุนจาก สปสช.(โรงพยาบาล30บาท) สำนักงานประกันสังคม(สปส.) มีการบริหารจัดการทรัพยากร บุคลากรในการดูแลรักษาอย่างดีสามารถให้บริการได้อย่างครบถ้วนตามหลักวิชาการ ในประเทศไทยยังมีกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนอีกกลุ่มหนึ่งที่แยกตัวออกจาก 3 กองทุนนี้โดยไม่ได้มีการรับเงินสนับสนุนใดๆจากภาครัฐ ต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลเหล่านี้มุ่งสร้างมากกว่ามาตรฐานของตนเองให้โดดเด่นภายได้การบริหารจัดการทรัพยากร บุคลากรด้วยตนเอง จะว่าไปแล้วอย่างที่รู้ๆกันคือใครพอมีกำลัง หรือต้องการความสะดวกสบายที่มากกว่ามาตรฐานก็ไปใช้บริการกัน ... ในมุมมองผมเองไม่ได้มองว่าสิ่งนี้เกินเลยหรือแปลกแยกให้เกิดความแตกต่างหรือเหลื่อมล้ำทางสังคม ผู้ป่วยสิทธิ์ประกันสังคมก็รับบริการได้ บัตรทองก็ไปได้ หรือ ข้าราชการ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ให้คนไทยหรือชาวต่างชาติที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นในการเลือกบริการของโรงพยาบาลเอกชนเหล่านั้น ขอกล่าวถึงแต่ไม่ได้แอบอ้างพอให้ท่านได้จินตนาการถึง รพ.ที่ว่าแถวๆหรือไกล้ๆ ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 6 ถนนศรีนครินทร์ ถนนพหลโยธิน ถนนสาธร ถนนบางนา อีกมากมาย
เหล่านี้มุ่งมั่นสร้าง สรรหาวิทยาการใหม่ๆ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รูปแบบการบริการ อาคารสถานที่อำนวยความสะดวก สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากล เมื่อ EMCO ได้เริ่มโครงการทุกโรงพยาบาลก็ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมโดยปริยาย...:) ดีสำหรับคนไทยจริงๆ อันนี้จากใจครับ ... ตามมาตรฐานการรักษาพยาบาลแล้วทุกโรงพยาบาลต้องให้บริการอย่างเต็มความสามารถเพื่อช่วยชีวิตหรือช่วยให้การเจ็บป่วยนั้นบรรเทาเบาบางลงไป พ้นขีดอันตรายหรือพ้นความเสี่ยงต่อชีวิต ... ด้วยขีดความสามารถเต็มที่ที่มีรู้กันดีว่าโรงพยาบาลกลุ่มนี้ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว ... อีกอย่างที่ขึ้นชื่อเหมือนกันคือค่าใช้จ่าย บางที่จะบอกว่าแพงเกิ๊น ก็ไม่ผิด ... แต่พอกลับมาคิดที่มาของราคา การมีอะไรที่แตกต่างของโรงพยาบาลเหล่านั้นเค้าสร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงเค้าเองล้วนๆ ปราศจากการสนับสนุน... ในฐานะที่อยู่ในวงการ เคยเป็นทั้งผู้รับบริการ ผู้ร่วมให้บริการ เลยมีคำถามในใจตลอดมาว่า
มาดูขั้นตอนกันว่า Step เยอะขาดใหน
ผู้รับบริการเข้ารับบริการ ---> แพทย์,พยาบาล ให้การรักษาพยาบาล ---> ระหว่างนั้นก็ประเมินเกณฑ์ เขียว เหลือง แดง ไปด้วย ---> ผู้รับบริการ/ญาติจำนงค์ขอใช้สิทธิ์ 3 กองทุน ---> โรงพยาบาลส่งเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก 3 กองทุน ---> โรงพยาบาลรอลุ้นผ่าน/ไม่ผ่าน ---> กรณีผ่านรอจ่ายค่าชดเชย ไม่ผ่านก็ไม่ได้รับค่าชดเชย ---> ถ้าไม่ผ่านต้องยื่นอุทธรณ์ ---> กลับไปที่ สปสช.(อ้อลืมแจ้งไปครับ เค้าเป็น Clearing house) กลับไปกลับมา มีให้ตั้ง 3 รอบแน่ะครับ
เพื่อไม่ให้เคลียดเกินไป ยกตัวอย่างตามการ์ตูนนะครับ
.......................โรงพยาบาลเหล่านี้ ร่วมให้บริการ ใช้ทรัพยากรตัวเองทุกอย่าง บุคลากรตัวเองทุกกระบวนการ อำนวยความสะดวกผู้รับบริการทุกขั้นตอน จนกระทั่งสิ้นสุด .............. ผู้รับบริการเข้าใจก็ดีไปอันนี้ต้องขอขอบคุณท่านจริงๆ แต่ถ้าไม่เข้าใจก็ต่อว่า ด่า ขู่เข็ญ ร้องเรียน สารพัดวิธี ....... บางทีก็เข้าใจนะครับว่าเค้าก็ไม่รู้จะไปต่อว่าใคร เจอใครก่อนก็รับไป..... บางทีก็คิดนะท่านว่า เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ .... เฮ้อออออ ... ไม่ไหวเลยหาทางออก ดังที่ท่านได้อ่านมานั่นแหละคร้าบ ...
นับเป็นอีกนโยบายระดับประเทศที่ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บจะได้รับสิทธิ์การรักษาอย่างเท่าเทียมในการรับการรักษาพยาบาล กรณีบาดเจ็บ - ฉุกเฉิน ... ข้อดีของโครงการชัดเจนว่าการเขารับการรักษาเร่งด่วนนั้นจำเป็นสำหรับชีวิตทุกคน ไม่ว่าจะ เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคไต อีกสารพัดโรคที่ใครๆก็ไม่อยากเป็น ตามภาษิตไทยที่ว่า "การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" ประเด็นอยู่ที่ว่า
ผู้รับบริการ(ขอเรียกผู้ปวยครับ) คนไทยทุกคนที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก จะมีสิทธิ์การรักษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 1 สิทธิ์ ภายใน 3 กองทุน นั่นก็คือ
1.บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทองหรือบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ก็คือ อันเดียวกันครับแล้วแต่ใครจะเรียก สมัยแรกเริ่มเก็บค่าบริการ 30 บาทยกเว้นบางกรณี สมัยต่อมายกเลิกเก็บ และต่อมาอีกร่วมจ่าย 30 บาทบางกรณี ถ้าอธิบายจะยาวยืดเอาเป็นว่าถ้าอยากทราบข้อมูลละเอียดเข้าตามลิงค์นี้ครับ>>>www.nhso.go.th<<< มีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เป็นผู้ดูแลกองทุนนี้ แน่นอนว่าประชากรไทยส่วนใหญ่ ได้สิทธิ์นี้ครับเพราะถ้าไม่มีสิทธิ์ใดๆท่านจะได้รับโดยอัตโนมัติ** เพื่อนๆชาวต่างๆชาติจากอเมริกา ออสเตรเลีย จีน เค้าชมว่าระบบนี้ทำให้คนไทยมีสวัสดิการที่ครอบคลุมประชากรได้ครบถ้วน เมืองที่เจริญแล้วอย่างอเมริกา ออสเตรเลีย ยังทำไม่ได้เลย อันนี้เป็นความเห็นเพื่อนเค้าฝากมาครับ :)
2.ประกันสังคม กองทุนนี้คนทำงานภาครัฐที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ภาคเอกชน หรืออื่นๆ ที่มีนายจ้าง จะได้สวัสดิการก็ต่อเมื่อเราส่งเงินสมทบกองทุนจากการหักเงินเดือนรายเดือนของเรา ตามกฎหมายหัก 7% ของเงินเดือน ย้ำจากฐานเงินเดือนนะครับแต่หักจากเงินเดือนได้ไม่เกิน 15,000 บาท ก็คือเงินเดือนน้อยกว่า 15,000 บาทก็คิด % เอา ส่วนใครเงินเดือนสูงหน่อยก็จ่ายไม่เกิน 750 ครับ ... ปี สอง ปี ที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ประกาศลดเงินสมทบให้ส่ง 3% บ้าง 4% บ้าง ตามสภาวะทางเศรษฐกิจ ... จริงๆเจ้านี้เค้ามีเงินเยอะมากครับ เนื่องมาจากประชากรไทยวัยทำงานมีจำนวน 42 ล้านคน อ้างอิงจาก >>http://www.ipsr.mahidol.ac.th/ipsr-th/population_thai.html<< จำนวนผู้ส่งเงินสมทบประมาณ บวกลบ 12 ล้านคน คิดเล่นๆ เฉลี่ยๆ ต่อหัว เอาตัวเลขกลมๆ 500 บาท ต่อหัวส่งเงินสบทบ ตกเดือนละ 6,000,000,000 .... แม่เจ้า!!! 6 พันล้านบาทต่อเดือน ..... แต่ก็มีเสียงบ่นจากผู้ประกันตนเป็นระยะว่าไม่เป็นธรรมบ้าง ไม่ได้รับความสะดวกบ้าง ทั้งๆที่เป็นกองทุนสวัสดิการเดียวที่ผู้ได้สิทธิ์ต้องจ่ายเงินตามกฎหมายซะด้วย...เฮ้อออ... คนหาเช้ากินค่ำอย่างผมก็อยู่ในกองทุนนี้เช่นกัน ....
3.สวัสดิการข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ เข้าตำราสิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง จริงอย่างโบราณว่า ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะได้รับสิทธิ์นี้เมื่อบรรจุรับราชการเผื่อแผ่ไปยังครอบครัวสายตรง พ่อ แม่ บุตร ภรรยา สามี ตามกฎหมายก็จะได้สิทธิ์จากท่านด้วย
นี่คือ 3 กองทุนที่กำลังกล่าวถึงครับ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 รัฐบาลประกาศใช้ EMCO โดยผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ทุกโรงพยาบาลโดยโรงพยาบาลไม่ต้องถามถึงสิทธิ์การรักษา ต้องให้การรักษาโดยประเมินตามเกณฑ์ที่ประกาศ เอาแบบเข้าใจง่ายๆ มีอยู่ 3 สีคือ เขียว เหลือง แดง รายละเอียดซึ่งผมว่าไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ลองศึกษาดูตามลิงค์ >>http://emco.nhso.go.th/<< น่ายินดีอย่างยิ่งคนไทยได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงอย่างทันท่วงที ฟังๆดูก็ไม่มีอะไรน่าอึดอัดเลยตามหัวข้อนิ...ฮ่าๆๆๆ ยังครับยังไม่จบ มีอีกนิดหน่อย
โรงพยาบาลภาครัฐทั้งหมด โรงพยาบาลภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการรับเงินสนับสนุนจาก สปสช.(โรงพยาบาล30บาท) สำนักงานประกันสังคม(สปส.) มีการบริหารจัดการทรัพยากร บุคลากรในการดูแลรักษาอย่างดีสามารถให้บริการได้อย่างครบถ้วนตามหลักวิชาการ ในประเทศไทยยังมีกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนอีกกลุ่มหนึ่งที่แยกตัวออกจาก 3 กองทุนนี้โดยไม่ได้มีการรับเงินสนับสนุนใดๆจากภาครัฐ ต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลเหล่านี้มุ่งสร้างมากกว่ามาตรฐานของตนเองให้โดดเด่นภายได้การบริหารจัดการทรัพยากร บุคลากรด้วยตนเอง จะว่าไปแล้วอย่างที่รู้ๆกันคือใครพอมีกำลัง หรือต้องการความสะดวกสบายที่มากกว่ามาตรฐานก็ไปใช้บริการกัน ... ในมุมมองผมเองไม่ได้มองว่าสิ่งนี้เกินเลยหรือแปลกแยกให้เกิดความแตกต่างหรือเหลื่อมล้ำทางสังคม ผู้ป่วยสิทธิ์ประกันสังคมก็รับบริการได้ บัตรทองก็ไปได้ หรือ ข้าราชการ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ให้คนไทยหรือชาวต่างชาติที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นในการเลือกบริการของโรงพยาบาลเอกชนเหล่านั้น ขอกล่าวถึงแต่ไม่ได้แอบอ้างพอให้ท่านได้จินตนาการถึง รพ.ที่ว่าแถวๆหรือไกล้ๆ ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 6 ถนนศรีนครินทร์ ถนนพหลโยธิน ถนนสาธร ถนนบางนา อีกมากมาย
เหล่านี้มุ่งมั่นสร้าง สรรหาวิทยาการใหม่ๆ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รูปแบบการบริการ อาคารสถานที่อำนวยความสะดวก สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากล เมื่อ EMCO ได้เริ่มโครงการทุกโรงพยาบาลก็ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมโดยปริยาย...:) ดีสำหรับคนไทยจริงๆ อันนี้จากใจครับ ... ตามมาตรฐานการรักษาพยาบาลแล้วทุกโรงพยาบาลต้องให้บริการอย่างเต็มความสามารถเพื่อช่วยชีวิตหรือช่วยให้การเจ็บป่วยนั้นบรรเทาเบาบางลงไป พ้นขีดอันตรายหรือพ้นความเสี่ยงต่อชีวิต ... ด้วยขีดความสามารถเต็มที่ที่มีรู้กันดีว่าโรงพยาบาลกลุ่มนี้ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว ... อีกอย่างที่ขึ้นชื่อเหมือนกันคือค่าใช้จ่าย บางที่จะบอกว่าแพงเกิ๊น ก็ไม่ผิด ... แต่พอกลับมาคิดที่มาของราคา การมีอะไรที่แตกต่างของโรงพยาบาลเหล่านั้นเค้าสร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงเค้าเองล้วนๆ ปราศจากการสนับสนุน... ในฐานะที่อยู่ในวงการ เคยเป็นทั้งผู้รับบริการ ผู้ร่วมให้บริการ เลยมีคำถามในใจตลอดมาว่า
มาดูขั้นตอนกันว่า Step เยอะขาดใหน
ผู้รับบริการเข้ารับบริการ ---> แพทย์,พยาบาล ให้การรักษาพยาบาล ---> ระหว่างนั้นก็ประเมินเกณฑ์ เขียว เหลือง แดง ไปด้วย ---> ผู้รับบริการ/ญาติจำนงค์ขอใช้สิทธิ์ 3 กองทุน ---> โรงพยาบาลส่งเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก 3 กองทุน ---> โรงพยาบาลรอลุ้นผ่าน/ไม่ผ่าน ---> กรณีผ่านรอจ่ายค่าชดเชย ไม่ผ่านก็ไม่ได้รับค่าชดเชย ---> ถ้าไม่ผ่านต้องยื่นอุทธรณ์ ---> กลับไปที่ สปสช.(อ้อลืมแจ้งไปครับ เค้าเป็น Clearing house) กลับไปกลับมา มีให้ตั้ง 3 รอบแน่ะครับ
เพื่อไม่ให้เคลียดเกินไป ยกตัวอย่างตามการ์ตูนนะครับ
.......................โรงพยาบาลเหล่านี้ ร่วมให้บริการ ใช้ทรัพยากรตัวเองทุกอย่าง บุคลากรตัวเองทุกกระบวนการ อำนวยความสะดวกผู้รับบริการทุกขั้นตอน จนกระทั่งสิ้นสุด .............. ผู้รับบริการเข้าใจก็ดีไปอันนี้ต้องขอขอบคุณท่านจริงๆ แต่ถ้าไม่เข้าใจก็ต่อว่า ด่า ขู่เข็ญ ร้องเรียน สารพัดวิธี ....... บางทีก็เข้าใจนะครับว่าเค้าก็ไม่รู้จะไปต่อว่าใคร เจอใครก่อนก็รับไป..... บางทีก็คิดนะท่านว่า เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ .... เฮ้อออออ ... ไม่ไหวเลยหาทางออก ดังที่ท่านได้อ่านมานั่นแหละคร้าบ ...
วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
หยุดซักพัก...ให้สมองได้คุยกับหัวใจ
ห่างหายมานานม๊วกก ตั้งแต่เปลี่ยนสถานที่ทำงานจำความได้ก็ 1 April 2012 ที่ไม่ได้มีเวลามา Up blog จาก Blog จนกลายเป็น Block ไปอัตโนมัติ ... ยังไงซะพื้นที่ตรงนี้ก็ขอเล่าเรื่องราวไว้ช่วยเตื่อนความจำนิดหน่อย ... เริ่มโตมากขึ้นเรื่อยๆ มีมุมมองในการคิดมากขึ้น จนบางครั้งต้องเสียดายกับความคิด การกระทำในอดีต ว่าคิดไม่เป็นหรือไม่ได้คิดกันแน่ นี่แหละครับที่ว่า "ประสบการณ์" สอนกันไม่ได้ ไม่ได้เลยจริงๆ หลายครั้งผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ก็คอยเตือนคอยสอนนะแต่ด้วยที่มั่นใจว่าเราก็คือเราจะไปเหมือนเค้าได้อย่างไรก็เลยลองใหม่ผิดถูกยังไงจะได้รู้เอง ก็เลยออกมาแบบนี้เลย .... บางอย่างขาดจนต้องชดใช้ซ่อมแซมอีกนาน .... บางอย่างเกินคาด ดีเกิน หรือ ภาษาวัยรุ่นบอก "ดีเกิ๊น" ก็เกิดขึ้นแล้ว
เผื่อลืมเขียนไว้ก่อน.... E-mail ที่ใช้ประจำทั้ง Thanawat_chailert@hotmail.com และ Medcoder@hotmail.com ถูก Block ไปเรียบร้อยแล้ว ข้อสังเกต Microsoft แจ้งว่ามีคนพยายามใช้หรือพยายาม Login Account เราทำให้งดใช้ชั่วคราวจนกว่าเราจะยืนยันตัวตนเองได้ว่าคือเราจริงๆ พยายามแล้วพยายามอีกที่จะกู้ข้อมูลแต่ไม่เป็นผล ไม่เป็นไรถือคติที่ว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป" เป็นธรรมะจริง อ้อ ธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ นั่นเอง ฮ่าๆๆๆ ....
..... ยังไม่ถึงใหนตามที่ตั้งหัวข้อไว้ ไงขอประกาศไปก่อนแล้วจะกลบมาเขียนใหม่คร้าบบบ ..:)
เผื่อลืมเขียนไว้ก่อน.... E-mail ที่ใช้ประจำทั้ง Thanawat_chailert@hotmail.com และ Medcoder@hotmail.com ถูก Block ไปเรียบร้อยแล้ว ข้อสังเกต Microsoft แจ้งว่ามีคนพยายามใช้หรือพยายาม Login Account เราทำให้งดใช้ชั่วคราวจนกว่าเราจะยืนยันตัวตนเองได้ว่าคือเราจริงๆ พยายามแล้วพยายามอีกที่จะกู้ข้อมูลแต่ไม่เป็นผล ไม่เป็นไรถือคติที่ว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป" เป็นธรรมะจริง อ้อ ธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ นั่นเอง ฮ่าๆๆๆ ....
..... ยังไม่ถึงใหนตามที่ตั้งหัวข้อไว้ ไงขอประกาศไปก่อนแล้วจะกลบมาเขียนใหม่คร้าบบบ ..:)
วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ว่าด้วยโรค ผ่าตัดและหัตถการที่พบบ่อย "ทันตกรรม" พร้อม ICD10, ICD9CM
วันนี้มีเวลานิดหน่อยก่อนกลับบ้าน Up date กันหน่อย ฝ่ายการพยาบาลรวมถึงคุณหมอทันตกรรมต้องการได้ List รายการโรค ผ่าตัดและหัตถการที่พบบ่อย "ทันตกรรม" พร้อม ICD10, ICD9CM เพื่อคสามสะดวกต่อการให้รหัสเข้าระบบเลยจากหน้างาน เกิดไอเดียเล็กๆ ขึ้นมาเลยสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา หลังจากการติดตามผลซักระยะปรากฏว่า % การให้รหัสจากหน้างานมีความคลาดเคลื่อนน้อยลงมาก ส่วนจำนวนครบ 100% ใครจะนำไปใช้บ้างยินดีครับ เผยแพร่ได้ตามความเหมาะสมคร้าบ โหลดได้ตาม Link ครับ:) List รายการโรค ผ่าตัดและหัตถการที่พบบ่อย "ทันตกรรม" พร้อม ICD10, ICD9CM
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ของเล่นใหม่ จาก Google
1. พิมพ์ "Let it snow" ในแถบค้นหาของ Google ถ้าความเร็วได้ก็เห็นเลยแต่ถ้าความเร็วคอมไม่เท่าไหร่ก็รอแป๊ป....จะเห็นหิมะตก.....เจ๋ง....
2. พิมพ์ "Do a barrel rool" หัวหมุน
3. พิมพ์ "Tilt" โลกเอียง
4. คลกลิงค์ http://mrdoob.com/projects/chromeexperiments/google_gravity/ เจ๋งสุด....ชอบครับ แต่อันนี้ต้องเปิดกับ Browser Google Chrome นะครับ...
ใครมีอย่างอื่น เอามาแชร์กันครับ ว่างๆจะพยายามหาใหม่ๆมาฝากคร้าบบบ....
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ICD10 for Trauma, Injury

การให้รหัสการบาดเจ็บจากสาเหตุภายนอกหรือเรียกกันติดปากว่า Trauma หรือ Injury มีหลักการที่ค่อนข้างซับซ้อนเนื่องจากต้องให้ลักษณะของบาดแผลให้ครบถ้วนและต้องลำดับความรุนแรงให้ถูกต้องแล้วยังต้องให้สาเหตุการบาดเจ็บควบคู่เสมอ ยังไม่รวมถึงรหัสผ่าตัดหรือหัตถการที่ต้องให้ความสำคัญไปไม่น้อยกว่ากันอีก Coder ทุกคนทราบดีถึงหลักเกณฑ์และสาเหตุที่ต้องให้แบบนั้น แต่ก็มีคำถามจากสหสาขาวิชาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้รหัสว่า...ทำไมหรือ???? Coder มือใหม่อาจต้องถอยตั้งสติก่อนสตาร์ท ...ถ้าอธิบายได้ครบถ้วนตั้งแต่แรกก็จะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี....แต่ถ้าพลาดครั้งแรกไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจบ แต่การอธิบายรอบสองนั้นน้ำหนักความน่าเชื่อถือก็จะลดน้อยลงตาม อันนี้เป็นหลักง่ายๆ ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ครับ เกริ่นมาซะยาวยืด กาลครั้งหนึ่งเมื่อต้องขอความร่วมมือ อาจารย์แพทย์ และพี่ๆพยาบาลที่ห้องฉุกเฉินให้ช่วยบันทึกรหัสผู้ป่วยทุกรายที่เข้ารับการรักษาโดยได้รหัสที่มีคุณภาพ ... เน้น รหัสที่มีคุณภาพ จากหน้างานที่แสนยุ่งเหยิงแต่ก็ยังพอมีเวลา ... อันนี้ใช้เทคนิคส่วนตัวครับในการ เปิดใจซะก่อน...ถ้าไม่ได้ไปบังคับ สั่ง หรือ ฝืนใจใดๆ แพทย์ หรือพี่ๆ พยาบาลเหล่านั้นก็ล้วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเสมอมา แต่ทั้งนั้นทั้งนี้เราต้องเตรียมเครื่องมือที่ดึงดูด อำนวยความสะดวก หรือแม้กระทั่งให้เวลาในการสอบถามจนหายข้อข้องใจ ... สำคัญครับเรียกว่า First impression ดีทุกอย่างราบรื่น .... พี่น้องท่านใดสนใจโหลด Chart ที่ผมจัดทำไปไว้ดูประกอบการให้รหัสหรือประกอบการบรรยาย ยินดีครับ ไม่มีลิขสิทธิ์ใดๆ แต่ถ้ามี Comment ที่เป็นประโยชน์รบกวนฝากทิ้งไว้ให้ด้วยครับ น้อมรับไปแก้ไข พร้อมโหลดแล้วก็ คลิกเลย >>> ICD10_Trauma เป็นไฟล์ Excel Version 2007 คิดว่าน่าจะเปิดได้นะครับ ลองแปลงเป็น 2003 แล้วไม่ Work ภาพไม่ค่อยชัด...ไว้ติดตามบทอื่นๆ คราวหน้าครับผมสำหรับคราวนี้ สวัสดีครับ ------> แก้ตัวตามคำแนะนำครับ เปลี่ยนไฟล์เป็น Pdf แล้ว ขอบพระคุณ อ.หมอ พรณรงค์ ครับ โหลดเลยคร้าบ ICD10 Trauma_Injury.pdf
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554
Happy birthday to......me,,,, hahaha
Hello welcome back!!! นานเหมือนกันนะเนี่ยที่ไม่ได้แวะมา Update บ้าน ฤกษ์ดี วันนี้ 6 ธันวาคม 2554 ..... วันดีสำหรับผมไง อิอิ...คนแรกที่นึกถึงคือ...แม่กับพ่อ จำได้ฝังใจไปจนวันสิ้นลม ปีที่แล้วแม่อวยพรไปเรื่อยๆ ดีดีดีดีมงคลทั้ังนั้น...ตบท้ายด้วยคำว่า "ไปฉลองได้แต่อย่าดื่มมากนะ วันนี้เป็นวันที่แม่เจ็บ.....แทบน้ำตาเล็ด" ก็จริงนะ ...ครับผมทราบแล้วน้อมรับไปใช้จริงในชีวิต 555 .... เข้าซึ้งอีกแล้ว มี SMS แรกตอน 23.55 05/12/54 หลังจากนั้นก็ตามมาเรื่อยๆ ... ขอบคุณคร้าบบบ ...เช้าดู Fb นับได้ 40 คำอวยพรจาก พี่ น้อง ผองเพื่อน ขอบคุณอีกคร้าบบบบ...:) เช้ามีหลายคนโทรมา HBD ก็ขอบคุณทุกสายอีกเช่นกัน....เที่ยงกินส้มตำกับ หมอไพฑูรย์, น้องออย, น้องโบว์...หุหุ หายไปใหนหนึ่งหว่า...ว๊า สงสัยกลัวได้เลี้ยงแหงๆ อิอิ...ม่ายเปนรายอยู่นายจายเนี่ยแหละ 555 ...ข่าวดีอู่โทรมาบอกให้ไปดูรถอีกรอบ สงสัยไกล้ได้แระ...วันนี้ 17.00 ขอเผ่นแน่บแว้วววว คิดถึงน้องเจ๋ง 555 .. ต่อให้จบ ก็หลังจากวันที่ 6 ผ่านไปมีสหายมิตรรักแฟนเพลงแล้วกอีกหลายๆสถานะทะยอยมา Happy birth day ลืมบ้างอะไรบ้างไม่ว่ากัน 555 .. อ้อ คืนวันที่ 6 ประมาณ 2 ทุ่มแม่โทรมาเล่าความหลังเรื่องวันเกิดให้ฟังอีก แม่บอกว่าเริ่มเจ็บหน่วงๆ ประมาณ 4 ทุ่มวันที่ 5 ธันวา เรื่อยมาพยายามเบ่งแล้วยังไงก็ไม่ออก อิอิ พ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าฯลฯคอยลุ้น สุดท้ายมาโผล่ดูโลกอีกทีก็ปาไป ตี 2 กว่าๆ ของวันที่ 6 ธันวาคม ซะแล้ว ....Happy จริงๆ ขอบคุณอีกครั้งครับทุกๆท่าน
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
Just a kiss - Lady Antebellum
AWESOME,,, I love Lady Antebellum and this song...lov lov....
..............................................................................
Just a kiss / Lady Antebellum
Lyin' here with you so close to me
It's hard to fight these feelings when it feels so hard to breathe
Caught up in this moment
Caught up in your smile
I've never opened up to anyone
So hard to hold back when I'm holding you in my arms
We don't need to rush this
Let's just take it slow
Just a kiss on your lips in the moonlight
Just a touch of the fire burning so bright
No I don't want to mess this thing up
I don't want to push too far
Just a shot in the dark that you just might
Be the one I've been waiting for my whole life
So baby I'm alright, with just a kiss goodnight
I know that if we give this a little time
It'll only bring us closer to the love we wanna find
It's never felt so real, no it's never felt so right
Just a kiss on your lips in the moonlight
Just a touch of the fire burning so bright
No I don't want to mess this thing up
I don't want to push too far
Just a shot in the dark that you just might
Be the one I've been waiting for my whole life
So baby I'm alright, with just a kiss goodnight
No I don't want to say goodnight
I know it's time to leave, but you'll be in my dreams
Tonight
Tonight
Tonight
Just a kiss on your lips in the moonlight
Just a touch of the fire burning so bright
No I don't want to mess this thing up
I don't want to push too far
Just a shot in the dark that you just might
Be the one I've been waiting for my whole life
So baby I'm alright, oh, let's do this right, with just a kiss goodnight
With a kiss goodnight
Kiss goodnight
............................................
............................................
วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
สิบเอ็ด สิบเอ็ด สิบเอ็ด Eleven Eleven Eleven
อีกครั้งกับเลขสวยๆ ๑๑-๑๑-๑๑ หรือ 11-11-11 หรือ สิบเอ็ด สิบเอ็ด สิบเอ็ด ครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิตนี้ ... ทำไมต้องรู้สึกพิเศษก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ทั้งๆที่ทุกวันล้วนเป็นวันเดียว ครั้งเดียว ในชีวิตเหมือนๆกัน อิอิ ยิ่งคิดก็ยิ่งงงกับตัวเองว่า....คิดทำไมนิ....ปล่อยให้วันเวลาผ่านไปแล้วก็พยายามทำทุกวินาทีให้ดีที่สุดแล้วกันนะ Just do it! หรือผมชอบพูดว่า Try my best! ...
วันนี้มีอะไร!!! ชีวิตปกติ อ้อพิเศษอย่างนึง Web รับสมัครเรียน มหิดล ที่สมัครไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วพึ่งเปิดใช้งานได้วันแรกหลังจากที่มหาวิทยาลัยถูกน้องน้ำโจมตี ก็เลย Upload เอกสารสำคัญที่ต้องส่ง ไปครบแล้ว รอวันสอบ 17 ธันวาคม 54 อีกทีไม่รู้ว่าจะมีการเลื่อนรึเปล่าเตรียมตัวอ่านหนังสือแล้วก็ รอรอรอ ...สิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้น คร้าบบบ ...อ้ออีกเรื่องเมื่อวานตอบแทนพระคุณพ่อกะแม่ แต่จริงๆก็ทำเป็นประจำนะพึ่งรู้สึกว่าจริงๆจังๆก็เมื่อวาน ยะฮู้ๆๆๆๆ หลับฝันดีคืนวันเพ็ญเดือน 12 (ไม่ได้ไปลอยกระทงใหน แต่ก็สุขดีครับ :-) ) เดินกันต่อไป ไป ไป ไม่รู้ไปใหน อิอิ แค่รู้ว่าต้องเดินๆๆ 555 ไปกับผมนะ ปะปะ ไปด้วยกัน Together with me :)
วันนี้มีอะไร!!! ชีวิตปกติ อ้อพิเศษอย่างนึง Web รับสมัครเรียน มหิดล ที่สมัครไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วพึ่งเปิดใช้งานได้วันแรกหลังจากที่มหาวิทยาลัยถูกน้องน้ำโจมตี ก็เลย Upload เอกสารสำคัญที่ต้องส่ง ไปครบแล้ว รอวันสอบ 17 ธันวาคม 54 อีกทีไม่รู้ว่าจะมีการเลื่อนรึเปล่าเตรียมตัวอ่านหนังสือแล้วก็ รอรอรอ ...สิ่งดีๆกำลังเกิดขึ้น คร้าบบบ ...อ้ออีกเรื่องเมื่อวานตอบแทนพระคุณพ่อกะแม่ แต่จริงๆก็ทำเป็นประจำนะพึ่งรู้สึกว่าจริงๆจังๆก็เมื่อวาน ยะฮู้ๆๆๆๆ หลับฝันดีคืนวันเพ็ญเดือน 12 (ไม่ได้ไปลอยกระทงใหน แต่ก็สุขดีครับ :-) ) เดินกันต่อไป ไป ไป ไม่รู้ไปใหน อิอิ แค่รู้ว่าต้องเดินๆๆ 555 ไปกับผมนะ ปะปะ ไปด้วยกัน Together with me :)
วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ลอย ลอยกระทง....
ก็ต้องขอ สุขสันต์วันลอยกระทง ปี 2011 ปีแห่งน้ำ (อิอิ เรียกเองครับ) ทั่วกรุงเทพและปริมลฑล รวมทั้งพี่น้องจังหวัดอื่นๆ ก็รับผลกระทบกันถ้วนทั่วทั้งทางตรงและทางอ้อม ผมชอบคำกล่าวที่ว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป" พระพุทธเจ้าสอนไว้ ใช้ได้ดีทีเดียวกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำท่วมนะครับ แล้วแต่ใครจะนึกได้ช่วงใหน เป็น Realistic จริงๆ 555 ...
มาถึงสิ่งที่ต้องการสื่อสารกันวันนี้ ก็คือ ประเพณีลอยกระทง หรือ ฝรั่งเรียก Loi-Kratong Festival นับวันประเพณีอันดีงามจะค่อยๆเปลี่ยนไปตามกระแสยุคโลกาภิวัฒน์ จากกระทงกะลา ก้านกล้วย ต้นกล้วย ใบมะพร้าว ใบจาก ใบตาล และวัสดุอื่นๆอีกมากมาย ก็กลายเป็น ขนมปัง โฟม กล่องพลาสติก แล้วก็อื่นๆอีกมากมายเช่นกัน คิดในแง่ความสะดวกสวยงามก็เที่ยบเคียงกันได้แต่พอนึกย้อนไปว่า ปู่ย่า ตายาย สอนลูกหลานให้หั่นท่อนกล้วย พับกลีบ หรือ การเอาเครื่องไหว้พระแม่คงคา ต่างๆ ความรู้สึกต่างกันเยอะ สมัยเด็กๆ ผมอยู่ครอบครัวใหญ่ มีงานแบบนี้ทีไรก็จะสนุกสนานตามประสาเด็กๆ กว่าจะได้กระทงที่ต้องนำไปลอยนั้นเรื่องค่อนข้างยาวทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็นประเพณีจริงๆ ส่วนหนุ่มสาว หรือพ่อแม่ก็ได้ผ่อนคลายจากการทำงานตรากตรำมาซักระยะ เช่น ทำสวน ทำนา ทำไร่ พอกลับมานั่งคิด ประเพณีนี้ก็แฝงไปด้วยเรื่องราว ความผูกพันธ์ สายใยแห่งครอบครัวไทยๆ ที่แทบจะหาไม่ได้แล้วในเมืองหลวงหรือแม้กระทั่งในชนบทเอง หนุ่มสาวก็ใช้วันนี้เป็นวันแห่งความสุขเฉพาะคู่ซะงั้น... เลยทำให้ความรู้สึก การลอยกระทงเริ่มเปลี่ยน Concept ไปซะแล้ว ....เฮ้อออออ (ยาวๆ) อีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นไงล่ะท่าน แต่ยังไงซะ ปีละครั้ง ปีนี้ก็เช่นกันต้องช่วยกัน Remind เป็นระยะๆ ที่ต้องใช้คำฝรั่งบ้างปนกันไปผมคิดเองว่าคำบางคำของเขาสื่อได้ถึงใจ ไม่ต้องอธิบายยืดยาว ไม่ว่ากันนะ อิอิ ...สุดท้ายก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้่วโลกนี้ไว้ให้อยู่คู่เมืองไทยไปอีกตราบนานเท่านาน.....คร้าบบบบ วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันเลขสวย 555 ไม่เกี่ยวกับหวยนะครับ
ผมเป็นคนที่ตื่นเต้นกับเรื่องประมาณนี้อยู่เป็นประจำ คิดว่ามันเป็นช่วงเวลาหนึ่งของการใช้ชีวิต ที่ก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆไป แต่อัศจรรย์สำหรับผมมาก วันนี้ก็อีกวันอัศจรรย์ของผม วันที่ 1-11-11 วันที่หนึ่ง เดือนหนึ่งหนึ่ง ปีหนึ่งหนึ่ง Wow!! เรียงตัวกันได้เหมาะเจาะสวยงาม ....บางทีวันเดือนปีที่ผ่านไปก็ต้องมีการหลงลืมกันบ้าง คิดเอาเองว่าคงไม่ถึง 0.000001 % มั๊งครับที่พอจดจำเรื่องราวในอดีตแต่ละวันได้ ถ้าใครมีแหล่งอ้างอิงหรืองานวิจัยเรื่อง% ความทรงจำเรื่องราวในอดีตได้ช่วย Confirm อีกทีจักเป็นพระคุณครับ.... จดไว้เพื่อจำนิดหน่อย วันนี้ที่กรุงเทพมหานคร เมืองที่ผู้คนทั่วโลกลงคะแนนให้เป็นหนึ่งในเมืองที่น่ามาเยี่ยมเยือนอันดับต้นๆของเอเชียกำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภครวมทั้งยารักษาโรค แม้กระทั่งที่อยู่อาศัย เรียกง่ายๆว่า ปัจจัย4 ขาดครบ เนื่องมาจากอุทกภัยที่มาแบบไม่ได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว ปู่ย่าตายายต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน บางท่านอาจบอกว่าคล้ายๆน้ำท่วม กรุงเทพฯ เมื่อปี ประมาณ 2528 หรือ 2535 แต่เทียบความเสียหาย ความลำบากในการดำรงค์ชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่เขตกรุงเทพฯเท่านั้น จังหวัดปริมณฑลทุกจังหวัด บางจังหวัดในภาคเหนือ อิสานก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน จำนวนผู้ประสบภัยและต้องการความช่วยเหลือค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่น่าตกใจคือ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไปแล้วร่วม 400 โลกเปลี่ยนไป เหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดหรือภัยพิบัติทั้งหลายพรรคหลังๆ สังเกตุเห็นว่าหนักๆ ทั้งนั้น เช่น แผ่นดินไหวที่ตุรกี พายุถล่มจีน Tsunami ที่ญี่ปุ่น และอีกหลายๆสถานการณ์ .... สงสัยไกล้ 21-12-2012 ที่มีหลายๆแหล่งพยากรณ์ไว้ว่าอาจถึงคราวอาวสานโลก หรือว่าจะเป็นจริง คุณคิดว่ายังไงครับ?
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
คำว่า.....รัก

ผมพยายามทำความเข้าใจกับคำคำนี้มาตลอด หลายภาษา แต่พอยิ่งค้นหามากมายเท่าไหร่ก็พบว่า ที่เหมือนกันทุกภาษาคือความหมายที่ไม่เคยมีใครบัญญัติให้ตรงไปตรงมาเลยซักภาษา เช่น บอกว่าคือ การให้ การเห็นใจผู้อื่น การไม่หวังผลตอบแทน การ Bla bla bla มากมาย แต่ที่ตรงใจไม่ต้องแปลต่อ ไม่มีเลย....แต่ยังพยายามนะครับ คิดเอาเองว่าถ้าไม่มีใครอธิบายได้ชัดเจน แสดงว่าสวรรค์อยากให้เราค้นพบมันเอง อิอิ ก็เลยตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่ไว้ว่า ซักวันต้องให้คำตอบ ความหมายของคำๆนี้กับตัวเองให้ได้ 555 ....และแล้วก็เริ่มเลย....Follow me, hahaha วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554
คนช่างฝัน...
Hello world! this is me :) ว่าด้วยเรื่องราวของนักฝันอย่างผม ...หลายครั้งที่ความฝันบวกกับจินตนาการ ผ่านแว๊ปเข้ามาในสมอง ทุกครั้งที่เิกิดเหตุการณ์แบบนี้ระบบสั่งการก็มักจะส่งกระแสแล้วก็แรงไปหาหัวใจทันที ปฏิกิริยาก็คือ หัวใจพองโต อิอิ ไม่ใช่ Cardiomegaly นะครับ..:) .....วันนี้ฝันถึงการคิดค้นวิธีการจัดการกับเจ้า Medical Record ที่มีมากมายให้ ค้นหาง่าย เคลื่อนไหวรู้ อยู่ใหนทราบ โดยประยุกต์ให้เข้ากับเทคโนโลยีที่ทุกวันนี้ที่ Hi แบบไม่หยุดยั้ง .... ยังแอบมีกังวลเล็กๆว่าถ้า Project สำเร็จไปได้ในวันนี้แต่ในอนาคตมีอะไรใหม่ๆมาแทนที่ Project ที่คิดค้นมาจะสามารถต่อสู้หรือต่อยอดได้หรือเปล่า แต่ก็อ่ะนะถ้ามัวแต่กังวลก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี คิดซะว่ายุคใครก็ยุคใคร เหมือน สมัย HI5 รุ่งเรืองใครจะไปคิดว่าจะมี Facebook 555 ยกตัวอย่างซะเห็นภาพ คิดต่ออีกนิดแล้วถ้าวันนั้น Ramu Yalamanchi เจ้าของ Hi5 มัวคิดเหมือนผมตอนนี้ก็คงไม่มี Hi5 ในโลกแน่นอน ...กลับมาเข้าเรื่อง นักบริหารเวชระเบียน (อันนี้ผมเรียกเองครับ แบบว่่ายกย่อง ยอมรับเป็นนักบริหาร) ส่วนใหญ่มักจะได้รับเรื่องการสูญหาย การให้บริการล่าช้า อันเิกิดจากหลายๆปัจจัย วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









